Call Center : 02-235-2323 (Samyan)
Mobile : 086-988-4589

Home > Service

ริ้วรอยเกิดจากอะไร

การเกิดริ้วรอยนั้นสาเหตุเกิดจากการที่รอยเชื่อมระหว่างใยคอลลาเจนเอ (Collagen A) นั้นอยู่ระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้กับใยคอลลาเจนบี (Collagen B) ที่อยู่ในหนังแท้บนขาดไป หรืออาจเกิดจากการที่ใบอีลาสติก (Elastic  Fiber)  และใยคอลลาเจนซี (Collagen C) อยู่ในหนังแท้เสื่อมสลายไปตามอายุที่มากขึ้น ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลงหรือ เกิดจากการลงของน้ำ แร่ธาตุ พันธะโปรตีน (Peptide Pond) ในน้ำหล่อเลี้ยงใยคอลลาเจน  ทำให้เส้นใยแห้งและเสื่อมสภาพ

 

 

ปัญหาที่เกิดกับผิวหน้าในเพศหญิงในช่วงอายุต่าง ๆ มีดังนี้

  • อายุ  25 – 30  ปี  เริ่มพบริ้วรอยย่นบางๆ  และความผิดปกติของสีผิวเล็กน้อย
  • อายุ  30 – 40 ปี  เริ่มตกกระ  และ รอยเหี่ยวย่น ชัดมากขึ้น  โดยเฉพาะบริเวณที่ด้านข้างของมุมปาก ผิวใต้ขอบตาและบริเวณหางตาเวลายิ้ม  กล้ามเนื้อหน้านิ่มขึ้นไม่กระชับเท่าที่ควร
  • อายุ  40 – 50 ปี  มีริ้วรอยย่นถาวรบริเวณขอบตา  รอยตีนกา  มากขึ้น แก้ม 2 ข้าง หน้าผาก และการขมวดคิ้วทำให้เกิดรอยย่นที่หัวคิ้ว  กล้ามเนื้อหน้าเริ่มหย่อนยาน
  • อายุ  50  ปี  ขึ้นไป  มีกระเนื้อ  และริ้วรอยย่นต่าง ๆ มีความลึกมากขึ้นกล้ามเนื้อหน้าหย่อนยาน

สาเหตุ

  1. เอสโตรเจน (Estrogen)เป็นฮอร์โมนที่แสดงถึงลักษณะเด่นเฉพาะในเพศหญิง ฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่เร่งการเจริญเติบโตของผิวชั้นหนังกำพร้า และทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงการสร้างเส้นใยคอลลาเจนชั้นหนังแท้ ฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับผิวพรรณที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ดูมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งสดใส แต่เมื่ออายุที่เพิ่มขึ้นทำให้การผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจึงทำให้เกิดสาเหตุแห่งริ้วรอยต่างๆ
  2. แสงแดด ทำให้ผิวเกิดการเลื่อนและเมื่อผิวโดนแสงในปริมาณที่มากเป็นเวลานานๆทำให้ความต้านทางของผิวลดน้อยลง จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ เกิดฟ้า กระ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอหรือเรียกว่า Photoaging
  3. สภาวะแวดล้อมที่ต้องเจอกับหมอกควัน เช่น การสูบบุหรี่ที่ในตัวบุหรี่มีสารนิโคตินเป็นโมเลกุลของอนุมูลอิสระ ซึ่งสารนี้จะเข้าไปจับคู่กับโมเลกุลของดีเอ็นเอในเซลล์ที่เป็นตัวสร้างเนื้อเยื่อผิวหนัง จึงทำให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพ

จะรักษาริ้วรอยได้อย่างไร
การรักษาริ้วรอยทางการแพทย์ทำได้หลายวิธี

  • ริ้วรอยและรอยย่นตื้นๆ

การใช้ Fraxel: Restore laser เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยทำให้โครงสร้างผิวตั้งแต่ชั้นตื้นจนถึงชั้นลึกให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ในการรักษารอยย่นชั้นผิวตื้นๆ โดยการใช้หลักการ FractioanlaPhotothermolysisคือเลเซอร์จะทำงานโดยการปล่อยคลื่นแสงไปยังใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆซึ่งจุดนั้นจะมีความร้อนอยู่ ความร้อนจากคลื่นแสงนั้นจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ใยคอลลาเจนใหม่ กระตุ้นการเรียงตัวเนื้อเยื้อใต้ผิวหนัง วิธีการเลเซอร์นี้จึงเหมาะกับการรักษารอยดำ ฝ้า ลดรอยเหี่ยวย่น การอักเสบหรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ เป็นการสร้างผิวใหม่ให้กลับมาแข็งแรงอย่างปลอดภัยในระยะยาว หลังการรักษาแต่งหน้าหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

  • ริ้วรอย ร่อง และรอยย่นที่ลึก

  • การฉีด  Botox® ซึ่งเป็นสารสกัดจากClostridium  Botulinumช่วยคลายกล้ามเนื้อในบริเวณที่มีการหดตัวอยู่บนใบหน้า เช่น หน้าผากย่น รอยเหี่ยวย่นหางตา หัวคิ้ว ตีนกา ใต้ตา บริเวณที่เป็นร่องลึกร่องแก้ม
  • ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว  โดยฉีด Botox®บริเวณรอยย่นซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหดตัวบนใบหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก  หัวคิ้ว ตีนกา ใต้ตา  หรือหางตา  รอยย่นที่สันจมูก รอยขมวดคิ้ว คาง และบริเวณรอบลำคอเป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมมากช่วยให้คุณแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

  • การฉีดกรดไฮอัลลูโรนิค(Hyaluronic Acid)เพิ่มเติมความชุ่มชื้นและเติมเต็มร่องริ้วรอยใต้ผิวหนัง ช่วยให้ผิวแน่นเนียน เปล่งปลั่ง อิ่มเอิบมีน้ำมีนวล เปล่งประกายดูอ่อนเยาว์วัย เห็นผลการรักษาทันที เป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน
  • เพิ่มความชุ่มชื้นและเติมเต็มร่องและริ้วรอยใต้ผิว ทำให้ผิวเนียนเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยดูอ่อนกว่า ซึ่งเห็นผลเลยทันทีหลังรักษา และได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน


ภาพก่อนการรักษาริ้วรอย ร่องลึกและรอยค้ำใต้ตา


ภาพหลังการรักษาริ้วรอย ร่องลึกและรอยค้ำใต้ตา

 

การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหลังการรักษา

วิธีการรักษาที่กล่าวไปข้างต้นนั้น เป็นการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เพื่อสร้างใยคอลลาเจนใหม่ แต่ในการสร้างคอลลาเจนจำเป็นต้องใช้สารอื่นร่วมด้วย เช่น การทามอยเจอร์ไรเซอร์หรือเซรุ่ม เช่น Skinesia: Rapid Brightening cream หรือ Advance night regenerating moisurizerและAll-day Revitalizing moisturizer ที่มี่ส่วนผสมของ Licorice, nicotinamide, Aloe vera, vitamin E,Arbutin, Vitamin C, Hyaluronic acid, ceramides, shiso, Phytospingosineช่วยทำให้ผิวหนังสร้างเซลล์ใยผิวขึ้นมาใหม่ทดแทนได้เร็วขึ้น ริ้วรอยต่างๆค่อยจางหายไปให้ผิวคุณดูอ่อนกว่าวัย และดูเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นผิวที่บอบบางมาก การใช้ครีมบำรุงสำหรบทารอบดวงตา (Eye cream) ที่มีส่วนผสมของอะมิโน , Hyaluronic acid, Cucumber extract, Ceramides, shiso, Phytospingosine เพราะสารเหล่านี้สามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยและรอยคล้ำรอบดวงตาได้ดีกว่าสารอื่น ๆ

การป้องกันและบำรุงผิวก่อนการเกิดริ้วรอยควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย หากเราปล่อยให้ปัญหานี้บานปลายไม่ดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ก็อาจมีผลต่อการรักษา อย่างไรก็ตามในการรักษาจึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง

เราสามารถป้องกันริ้วรอยได้อย่างไร

  • ในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เพราะช่วงเวลานี้จะปริมาณความเข้มข้นของรังสี UV รุนแรงมากที่สุด ทำให้ผิวดำ หมองคล้ำและเกิดริ้วรอย
  • ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดทุกวันถึงแม้ว่าวันนั้นคุณจะไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดกลางแจ้ง แต่เพราะแสงไฟนีออนในตัวอาคาร บ้าน ก็ล้วนแต่มีรังสี UVA และ UVB ที่ทำร้ายผิวเช่นกัน
  • ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารป้องกันริ้วรอย (Anti- Aging)ที่มีจำหน่ายและหาซื้อได้ง่ายทั่วไปในท้องตลาดเช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Vitamin C, Arbutin, Hyaluronic acid, shiso, ceramide
  • หลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์หรือสีหน้าซ้ำๆ เช่นการหัวเราะ การยิ้ม ท้าวคาง ขมวดคิ้ว นอนคว่ำหน้า หรือความเครียด ที่เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการบุหรี่ ควันบุหรี่ เพราะในบุหรี่มีสารพิษนำไปสู่ปัญหาเรื่องริ้วรอยลึกหรือรอย ตีนกา ทั้งหลาย

กิจวัตรประจำวันสามารถป้องกันริ้วรอยได้

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นเลือดให้ถูกสูบฉีดเพื่อไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายและผิวหนัง หัวใจทำงานดีขึ้น ร่างกายจึงได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง กระชับกล้ามเนื้อ ผิวหนังไม่หย่อนคล้อย ไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสสุขภาพจิตดีขึ้น และนอนหลับสบาย
  • การรับประทานอาหารหลักครบ 5 หมู่ โภชนาการที่ดีและมีประโยชน์รับประทานให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินต่างๆ อย่างครบถ้วนแล้ว สุขภาพก็จะดีจึงส่งให้ผิวพรรณสดใส
  • ความเครียด ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว เพราะความเครียดจะทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปกติจึงส่งผลต่อผิวพรรณทำให้ผิวดูหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยได้ง่าย  การมองโลกในแง่ดี จึงเป็นวิธีขจัดความเครียดได้ง่ายที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง