Call Center : 02-235-2323 (Samyan)
Mobile : 086-988-4589

Home > Service

โดยธรรมชาติแล้ว ผิวของคนเรามีเส้นขนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งขนจะมีหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของแต่ละคน อาจมีสีดำ สีน้ำตาล และปัญหาขนดกก็อาจเกิดจาก ฮอร์โมน เส้นขนจะขึ้นปกคลุมตามผิวหนัง ส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ผิว ขนตา แขน คิ้ว ขา รักแร้ และบริเวณจุดซ่อนเร้น ขนที่ขึ้นในแต่ละบริเวณก็จะมีความยาวและความหนาที่ไม่เท่ากัน

 

 

ปัจจัยที่กระตุ้นการสร้างขน

อัตราการขึ้นของเส้นขนตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายจะไม่เท่ากัน เช่น ขนบริเวณลำตัวยาวขึ้นวันละ 0.12 มิลลิเมตร ขนบริเวณใบหน้ายาวขึ้นวันละ 0.06 มิลลิเมตร ซึ่งปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นในการงอกของขนก็จะแตกต่างกันออกไป

·         เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ประมาณอายุ 15 ปี ในเพศหญิง และ 13 ปีในเพศชาย ผลิตออกมามา ทำให้มีเส้นขนขึ้นมากบริเวณเหนือริมฝีปาก จุดซ่อนเร้น ส่วนขนบริเวณใต้วงแขนจะเริ่มงอกหลังจากนั้น 2 ปี ซึ่งเส้นขนก็ยังคงอยู่ถึงแม้ฮอร์โมนจะลดน้อยลงแล้วก็ตาม

ช่วงตั้งครรภ์ ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ขนอาจขึ้นที่ข้างแก้ม ริมฝีปาก หรือ คาง แต่ปัญหาขนจะลดลงภายหลังการคลอดบุตร

·         ช่วงวัยทอง ไม่มีการตกไข่ รังไข่หยุดทำงาน ช่วงหมดประจำเดือน ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทน  ซึ่งในรายที่ระดับฮอร์โมนปกติ  ขนจะขึ้นเป็นปกติ  แต่ในบางรายที่ไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจนโดยไม่มีสาเหตุ  จะขึ้นดกมากกว่าปกติ

·         เชื้อชาติ  ชาวยุโรปและตะวันตก  มักมีเส้นขนมากกว่าชาวเอเชีย

·         การใช้ยารักษาโรค ยาที่มีสารสเตียรอยด์ ยากดภูมิต้านทาน ยากันชัก หรือยาทรีทเมนต์ต่าง ๆ ทำให้เกิดเส้นขนเพิ่มมากขึ้น

 

 

 

 

วิธีการกำจัดเส้นขน

ปัญหาของขนดก เป็นปัญหาที่เมื่อเกิดขึ้นกับใคร ก็ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจ ซึ่งปัจจุบันได้มีการคิดค้นวิธีการกำจัดเส้นขนหลากหลายแบบ ดังนี้
 

·         การโกน วิธีการกำจัดเส้นขนได้ง่ายสุด สะดวก รวดเร็ว แต่เส้นขนก็จะงอกขึ้นมาใหม่อย่างเร็วเช่นกัน และผลเสียคือเส้นขนจะแข็งและหยาบกว่าเดิม

·         การถอน เป็นวิธีที่เจ็บ อาจก่อให้เกิดปัญหา “ขนคุด” จากการถอนที่ไม่ถูกวิธี หากอุปกรณ์ที่ใช้ในการถอนไม่สะอาด เส้นขนที่จะงอกออกมาใหม่อาจงอกไม่พ้นผิวหนังทำให้เกิดการอุดตันเป็นจุดสีดำแทน หรือเกิดการติดเชื้อเป็นฝีหนอง

·         การใช้ยา ทาบริเวณที่ต้องการกำจัดเส้นขนโดยตัวยาจะซึมเข้าสู่รูขุมขนเพื่อให้เส้นขนหลุดออก ยาจะมีทั้งรูปแบบที่เป็น เจล ครีม แป้ง หรือสเปรย์โฟม  แต่ข้อเสียของวิธีนี้อาจเกิดการแพ้ยาได้และจะทำให้ขนที่งอกมาใหม่ยาวแข็งกว่าเดิม

·         การใช้ขี้ผึ้ง ที่มีลักษณะเหลวและแบบกาว โดยการทาขี้ผึ้งให้ติดแถบกาวตรงบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ทิ้งเอาไว้จนแห้งจากนั้นดึงออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีที่เจ็บมากอาจทำให้เกิดรอยแดงได้

·         การใช้ฮอร์โมน ฮอร์โมนบางชนิดสามารถหยุดการทำงานของเส้นขนได้ แต่เป็นวิธีที่อันตรายและอาจมีผลข้างเคียงในการทำ เช่น อาจเป็นการกระตุ้นการโตของเนื้องอกบางชนิดได้

 

·         การกำจัดขนถาวรด้วยเครื่องกระแสไฟฟ้า คือการใช้คลื่นไฟฟ้าไปทำลายรูขุมขนให้รากขนอ่อนแอและตาย หรือทำลายโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดการสร้างขน จากนั้นใช้แหนบไฟฟ้าดึงเส้นขนที่ตายแล้วออกมา วิธีนี้เป็นวิธีที่เจ็บมากและอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็น เป็นรอยบุ๋ม รอยดำตรงบริเวณที่จี้ และใช้เวลาในการกำจัดขนนาน

·         การกำจัดขนถาวรด้วยเครื่องกระแสไฟฟ้า  คือการกำจัดเส้นขนด้วยคลื่นไฟฟ้า โดยการใช้อุปกรณ์ปล่อยคลื่นไฟฟ้าผ่านไปยังรากขน  ทำให้รากขนอ่อนแอและตายในที่สุด  จากนั้นจึงใช้แหนบไฟฟ้าดึงเส้นขนออกการกำจัดขนวิธีนี้ เจ็บมากๆๆและอาจมีรอยบุ๋ม รอยแผลเป็น รอยดำบริเวณที่จี้และต้องใช้ระยะเวลานานในการกำจัดขน

·         ที่สุดในการรักษาด้วยความชำนาญของทีมแพทย์ BSL clinic เลือกใช้การกำจัดขนด้วยการเลเซอร์ โดยใช้พลังงานจากแสงเลเซอร์ กำจัดเฉพาะเซลล์เม็ดสีของเส้นขนที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังเลเซอร์มี 2 ชนิด โดยสามารถลงไปทำงานในรากขนเพื่อทำลายสเต็มเซลล์ด้วย Laser Hair removal by Lumenis หรือ Long Pulse-Nd:YAG วิธีการรักษานี้ทำประมาณเดือนละครั้ง เฉลี่ยประมาณ 4-5 ครั้ง รากขนจะค่อยๆถูกทำลายจนหมอและผิวหนังก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผลที่ได้จะถาวรกว่าวิธีอื่น เจ็บน้อยกว่าวิธีอื่น กำจัดเส้นขนได้ในทุกบริเวณของร่างกาย เช่น ที่ใบหน้า รักแร้ น่อง แขน ขา  ซึ่งเป็นที่นิยมและได้ผลดีมาก นอกจากนั้น บริเวณหนวด เครา หน้าท้อง หรือจุดซ้อนเร้นก็สามารถกำจัดขนได้

 


ภาพการทำงานของเลเซอร์ที่ทีมแพทย์ BSL clinic เลือกใช้ในการรักษา โดยเลเซอร์จะเข้าไปทำลายถึงรากขนเป็นการรักษาที่ปลอดภัยและจะได้ผลการรักษาในระยะยาว

 

ด้วยสภาพของผิวหนังและสภาพเส้นขนของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ในวิธีการรักษากำจัดขนที่มีข้อดีขอเสียที่แตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำแนะนำที่ถูกต้อง โดยเฉพาะหนวดผู้ชายเนื่องจากมีความหนาแน่นและฮอร์โมน ซึ่งต่างจากที่รักแร้หรือขาแขน ด้วยความชำนาญของทีมแพทย์ BSL clinic สามารถรักษาได้

 

 

วิธีการกำจัดขนแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับประเภทของขน  สภาพของผิวหนัง  และความเหมาะสมอื่น ๆ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำแนะนำที่ถูกต้องภาพบริเวณที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเช่นที่หนวดผู้ชายเนื่องจากมีความหนาแน่นและฮอร์โมน ซึ่งต่างจากที่รักแร้หรือขาแขนจะรักษาได้ง่ายแต่  BSL clinic ก็รักษาได้

 

 


ภาพก่อนการรักษาด้วยเลเซอร์กำจัดขน บริเวณหนวด
ซึ่งเป็นบริเวณที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ


ภาพหลังการรักษาด้วยเลเซอร์กำจัดขนทันทีในครั้งแรก
โดยไม่มีผลข้างเคียงหลังทำ โดยจะมีอาการบวมแดงเล็กน้อยแต่ไม่เกิดแผลเป็น


ภาพ ภาพหลังทำ 6 ครั้งแล้วติดตามผลการรักษานาน 1 ปี
พบว่าจำนวนขนหายไปจำนวนมาก ผลดีขึ้นอย่างชัดเจน

 

ก่อนการรักษาด้วยเลเซอร์กำจัดขน

หลังการรักษาด้วยเลเซอร์กำจัดขน 5 ครั้ง จำนวนขนที่ขึ้นใหม่น้อยมาก 

บทความที่เกี่ยวข้อง